บาคาร่า

บาคาร่าออนไลน์ นั้นเป็นการพนันชนิดหนึ่งซึ่งก่อนที่จะมีในคาสิโนออนไลน์นิยมเล่นกันในบ่อน หรือคาสิโนธรรมดา โดยบาคาร่านิยมเล่นกันมากในแถบเอเชีย และมีลักษณะการเล่นที่คล้ายๆกับการเล่นไพ่ป๊อกเด้งบ้านเรานั่นเอง เริ่มนิยมกันมากขึ้นจนได้พัฒนาต่อยอดเข้าสู่การเล่น บาคาร่าออนไลน์ จนที่ได้รับความนิยมเพราะเนื่องจากเล่นง่าย สะดวกเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกที่ทุกเวลา และมีการจบเกมได้อย่างรวดเร็วรู้แพ้รู้ชนะในเวลาไม่กี่นาที ดังนั้นวันนี้เรามาทำความเข้าใจในการเล่นบาคาร่ากันดีกว่า เพื่อที่จะได้เข้าใจก่อนการเล่นจริง

ทางเข้าสู่  เล่นบาคาร่าออนไลน์

บาคาร่าออนไลน์ คือ เกมไพ่ชนิดหนึ่ง ที่มีผู้เล่นมากที่สุดในประเทศไทย รูปแบบการเล่นจะคล้ายกับ ไพ่ป็อกเด้ง โดยสามารถเดิมพันด้วยระบบออนไลน์ผ่านหน้าเว็บ จีคลับ คาสิโน, Royal Online ได้โดยตรง หรือ จะเลือกดาวโหลดเพื่อมาติดตั้งลงคอมก็ได้ ซึ่งเกม ไพ่บาคาร่านั้น มีกฎกติกาการเล่นที่ง่าย เพียงแค่ไม่กี่ขั้นตอน ก็สามารถเริ่มเดิมพันได้เลย เกมคาสิโนออนไลน์นี้ เป็นเกมการพนันแบบ 50/50 โดยจะให้เลือกว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ชนะ ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ฝ่ายคือ ฝ่าย Player และ ฝ่าย Banker เพราะเหตุนี้ จึงทำให้การเล่นบาคาร่าออนไลน์เป็นเกมที่มีโอกาสชนะมากที่สุดของ คาสิโนออนไลน์

THAILAND DOWNLOAD LINK English download link Full version download link

วิธีเล่น บาคาร่าออนไลน์

Gclub.co - วิธีเล่น บาคาร่า

จุดประสงค์ของการเล่นบาคาร่า คือ การเดิมพันของผู้เล่น 2 ฝั่ง ซึ่งจะใช้ไพ่ 6 หรือ 8 สำรับ โดยแต่ละสำรับจะมีไพ่ทั้งหมด 52 ใบ รวมเป็นไพ่ทั้งหมด 312 – 416 ใบ

เริ่มแรก จะทำการแจกไพ่ให้ฝั่งเจ้ามือ(Banker) และฝั่งผู้เล่น(Player) ฝั่งละ 2 ใบ (แต่ละฝ่ายจะจั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่มหรือไม่นั้น ต้องเป็นไปตามกฎการจั่วไพ่ใบที่ 3)

การแจกไพ่ จะแจกในลักษณะหงายไพ่ขึ้นเสมอ ถ้าฝั่งไหนที่มีแต้มไพ่รวมกันมากว่าหรือใกล้เคียง 9 มากที่สุด จะเป็นฝ่ายชนะ ผู้วางเดิมพันต้องทำการเลือกว่า ไพ่ของฝั่งไหนจะเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าแต้มของทั้งสองฝ่ายเสมอกัน จะคืนเงินเดิมพันให้กับผู้เล่น

กติกาการเล่นบาคาร่า

แต้มของไพ่บาคาร่า : แต้มของไพ่แต่ละใบจะมีความหมายตามตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าไพ่ ยกเว้นไพ่ K, Q, J, 10 ที่จะมีแต้มเป็น 0 และ ไพ่ A มีแต้มเป็น 1
Gclub.co - แต้มของไพ่บาคาร่า

การนับแต้มไพ่ : การนับแต้มไพ่ จะนำแต้มของไพ่บาคาร่าทั้ง 2 ใบมารวมกัน (ในกรณีที่มีการจั่วไพ่ใบที่ 3 การนับแต้มก็จะนำแต้มของไพ่ทั้ง 3 ใบมารวมกัน) โดยการนับแต้มของไพ่คือ ตัวเลขท้ายสุดของผลรวม ยกตัวอย่างเช่น

  • ไพ่ใบแรกเป็น 9 ไพ่ใบที่สองเป็น 8 ผลรวมของไพ่ทั้งสองใบคือ 9 + 8 = 17 แต้มของไพ่ชุดนี้จะเท่ากับ 7 แต้ม
  • ไพ่ใบแรกเป็น 8 ไพ่ใบที่สองเป็น A ผลรวมของไพ่ทั้งสองใบคือ 8 + 1 = 9 แต้มของไพ่ชุดนี้จะเท่ากับ 9 แต้ม
  • ไพ่ใบแรกเป็น 10 ไพ่ใบที่สองเป็น 9 ผลรวมของไพ่ทั้งสองใบคือ 10 + 9 = 19 แต้มของไพ่ชุดนี้จะเท่ากับ 9 แต้ม
  • ไพ่ใบแรกเป็น J ไพ่ใบที่สองเป็น 7 ไพ่ใบที่สามเป็น 4 ผลรวมของไพ่ทั้งสามใบคือ 0 + 7 + 4 = 11 แต้มของไพ่ชุดนี้จะเท่ากับ 1 แต้ม

ไพ่แนชเชอรัล : ไพ่แนชเชอรัล คือ ไพ่ที่มีผลรวมแต้มเท่ากับ 8 หรือ 9 แต้ม ซึ่งเมื่อเทียบกับไพ่ป็อกเด้งแล้ว จะเหมือนกับไพ่ ป็อก 8 ป็อก 9 นั่นเอง

รูปแบบการแทงบาคาร่า

  • Player ทายว่าแต้มรวมไพ่ของฝั่ง Player จะเป็นฝ่ายชนะ 1 : 1
  • Banker ทายว่าแต้มรวมไพ่ของฝั่ง Banker จะเป็นฝ่ายชนะ 1 : 0.95
  • Tie Game ทายว่าแต้มรวมของทั้งสองฝั่งจะเสมอ 1 : 8
  • Player Pair ทายว่าไพ่สองใบแรกของฝั่ง Player จะออกเป็นไพ่คู่ 1 : 11
  • Banker Pair ทายว่าไพ่สองใบแรกของฝั่ง Banker จะออกเป็นไพ่คู่ 1 : 11

กติกาการรับรางวัล

  1. แบบหัก 5% : วิธีเล่น แบบหัก 5% ถ้าผู้เล่นเลือกเดิมพันฝั่ง Banker แล้วผลออกมาว่าชนะ เงินรางวัลที่ได้จะถูกหักค่า Commission 5%***ยกตัวอย่าง สมมติวางเดิมพันฝั่ง Banker 100 บาท และเป็นฝ่ายชนะ ท่านจะได้เงินรางวัล 95 บาท แต่ถ้าวางเดิมพันฝั่ง Player 100 บาท และ Player เป็นฝ่ายชนะ จะได้เงินรางวัล 100 บาทเต็ม

 

  1. แบบไม่มีค่า Commission : วิธีเล่น แบบไม่มีค่า Commission นี้ ถ้าผู้เล่นเลือกเดิมพันฝั่ง Banker แล้ว Banker เป็นฝ่ายชนะที่ 6 แต้ม จะได้เงินรางวัลแค่ครึ่งเดียว(50%) แต่ถ้าชนะด้วยเเต้มอื่น จะได้เงินรางวัลเต็มๆ***ยกตัวอย่าง ถ้าวางเดิมพันฝั่ง Banker 100 บาท แล้วผลที่ออกคือ Banker ได้ 6 แต้ม Player 2 แต้ม จะเห็นว่า Banker เป็นฝ่ายชนะที่ 6 แต้ม ผู้เล่นจะได้รับเงินรางวัลเพียง 50 บาท แต่ถ้าผลที่ออกเป็น Banker ได้ 7 แต้ม Player ได้ 4 แต้ม ผู้เล่นจะได้เงินรางวัล 100 บาท

กติกาการจั่วไพ่ใบที่ 3

เนื่องจากวิธีการเล่นไพ่บาคาร่า จะทำการแจกไพ่ให้กับฝั่ง Player ก่อน ดังนั้นในการจั่วไพ่ใบที่ 3 จึงต้องพิจารณาที่แต้มรวมของไพ่สองใบแรกของฝั่ง Player เสียก่อน ว่ามีแต้มเป็นเท่าไหร่ แล้วจึงพิจารณาว่า จะอยู่ หรือจะจั่วไพ่เพิ่ม ตามกฎของการจั่วไพ่ และถ้าหากว่าฝั่ง Player มีการจั่วไพ่ใบที่ 3 ก็ต้องดูว่าจั่วได้ไพ่อะไร หลังจากนั้นจึงค่อยไปพิจารณาต่อว่าฝั่ง Banker จะจั่วไพ่เพิ่มหรือไม่ โดยรายละเอียดของกฎกติกาการจั่วไพ่ใบที่ 3 มีดังต่อไปนี้[/fusion_text][fusion_text]หมายเหตุ

  1. ถ้าแต้มไพ่สองใบแรกของฝั่ง Player รวมเป็น 0 – 5 แต้ม จะต้องจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่มเสมอ แต่ถ้าแต้มไพ่สองใบแรกได้แต้มรวมตั้งแต่ 6 แต้มขึ้นไป จะอยู่ ไม่สามารถจั่วไพ่ใบที่สามที่สามเพิ่มได้
  2. ถ้าฝั่ง Banker มีแต้มไพ่สองใบแรกรวมกันเพียง 3 แต้ม แต่ถ้าฝั่ง Player จั่วไพ่ใบที่สามได้ 8 แต้ม ฝั่ง Banker จะไม่มีสามารถจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่มได้เสมอ
  3. ถ้าฝั่ง Banker มีแต้มไพ่สองใบแรกรวมเป็น 6 แต้ม แต่ถ้าฝั่ง Player จั่วไพ่ใบที่สามได้ 6 หรือ 7 แต้ม ฝั่ง Banker จะต้องจั่วไพ่ใบที่สามเพิ่มเสมอ
  4. กรณีการจั่วไพ่ใบที่สามของทางฝั่ง Banker จะค่อนข้างซับซ้อนมากกว่าของทางฝั่ง Player ซึ่งตารางด้านล่างนี้ จะช่วยให้ท่านเข้าใจกฎการจั่วไพ่ใบที่สามของทางฝั่ง Banker มากขึ้น

Gclub.co - กติกาการจั่วไพ่ใบที่ 3

เข้าร่วมเล่นเกม บาคาร่าออนไลน์ กับ Gclub ได้แล้ววันนี้!